Saturday, December 12, 2015
12 ประสบการณ์ของเด็กที่ผ่านการหย่าร้างไม่เคยลืม
ครึ่งหนึ่งของการแต่งงานในสหรัฐอเมริกามักจะจบด้วยการหย่าร้าง มีเด็กเท่าไหร่ที่ต้องรับการดูแลและบำบัดด้านจิตใจ ตรงนี้ไม่มีใครเคยรู้ครับ ในอีกทางหนึ่ง เด็กที่อยู่กับครอบครับที่ไม่มีความสุขกลับมีผลกระทบน้อยกว่า
แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ทั้งพ่อและแม่ จากเวลาที่เคยอยู่ด้วยกันจนถึงตอนนี้ ความทรงจำเรื่องการหย่าร้างก็จะยังไม่หายไปไหน มันยังคงฝังอยู่ในจิตใจ ลองมีดู 12 ประสบการณ์ที่เด็กๆ อย่างพวกเขาจะไม่มีวันลืมครับ
1. เรายังคงจำได้ว่ามีช่วงเวลาที่ดี
เมื่อเรานั่งด้วยกันพร้อมหน้าที่โต๊ะอาหารค่ำ เล่นเกมและหัวเราะด้วยกัน มองย้อนกลับไปด้วยความรักตอนเวลาเดินทางในวันหยุดยาว นั่งอัดไปด้วยกันในรถคันเล็ก ๆเล่นเกม และร้องเพลงตลอดทาง
2. เราจะจำการโต้เถียงกัน
เมื่อคุณโมโห คุณจะส่งเสียงดังขึ้น เราจะรู้สึกกลัวทันทีที่ได้นินเสียงพวกนี้ และกลัวว่าคุณจะทิ้งพวกเราไป
3. เราจะจำช่วงเวลาที่คุณบอกถึงการหย่าร้างได้เป็นอย่างดี
วิธีที่คุณพูดว่า "เราไม่ได้รักกันอีกต่อไปแล้ว แต่เรายังคงรักคุณ" และ "มันไม่ใช่ความผิดของคุณ" เรายังสามารถถ่ายภาพที่เรากำลังนั่งอยู่และห้องรอบ ๆ ตัวเรา เราจะจำได้มากเท่า ๆ กับวันเกิดของเราเลยทีเดียว
Monday, December 7, 2015
ทำไมคนที่กลัวการถูกเกลียดชังมากๆ ถึงไม่มีความสุข
การทำให้คนอื่นทุกคนพอใจได้ตลอดเป็นเวลา เป็นเรื่องที่เกินจินตนาการครับ มันมีอะไรที่เป็นความรู้สึกด้านลบที่จะพุ่งเจ้าหาตัวคุณได้อยู่ตลอดเวลา นี่คือเหตุผลว่าทำไมการพยายามทำให้คนอื่นพึงพอใจได้หมดทุกคน กลับทำให้คุณทุกข์ใจมากยิ่งขึ้น
คุณจะรู้สึกพ่ายแพ้อยู่ตลอดเวลา
หนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของความรู้สึกความต้องการที่จะทำให้คนอื่นพอใจอยู่ตลอดเวลาคือเรื่องของอารมณ์ การเสนอสิ่งที่พิเศษให้คนอื่นอยู่ตลอดเวลาจะสูบพลังชีวิตของคุณได้อย่างดีเลยครับ ทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นหุ่นยนต์ การทำตัวเป็นกลางท่ามกลางกลุ่มเพื่อนหรือผู้ร่วมงานจะทำให้ความรู้สึกของคุณกลายเป็นเหมือนซอมบี้เลยล่ะ และยังสามารถทำให้คุณสูญเสียการมุ่งเน้นความสำคัญของตัวคุณเอง
มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะเรียนรู้วิธีการที่จะบอกปฏิเสธงานที่คุณรู้ว่าเพื่อนหรือผู้ร่วมงานของคุณสามารถจัดการได้ด้วยตัวเองและสามารถเพิ่มเวลามากขึ้นสำหรับคุณที่จะมีสมาธิในการจัดการกับเรื่องเร่งด่วนหรือสำคัญมากกว่า
Sunday, December 6, 2015
6 สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณสามารถทำได้เพื่อสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ให้ความสัมพันธ์ของคุณ
ความสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จนั้นไม่ได้เกิดการมาอยู่ด้วยกันอย่างบังเอิญ พวกเขาได้ใช้ความพยายามจากการมาเกี่ยวพันของคนสองคนแล้วค่อย ๆ เริ่มต้นความสัมพันธ์ แต่บ่อยครั้งที่ชีวิตก็มีการตกหล่นจากรอยแตกแยกในความสัมพันธ์เล็ก ๆ ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักไว้ว่าความสัมพันธ์ควรจะเป็นหนึ่งในด้านที่มีความหมายมากที่สุดในชีวิตของคุณและก็คุ้มค่ากับทุกสิ่งที่คุณใส่ลงในนั้น
นี่เป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สามารถสร้างการพัฒนามากมายในความสัมพันธ์ของคุณได้ครับ
1. กอดกันให้ไว้ให้นานๆ
"ในบางครั้ง ไม่มีอะไรให้ความรู้ดีเท่ากับการถูกกอดจากคนรัก" หลังจากวันทำงานอันยาวนาน แค่ไม่กี่วินาทีที่กอดกัน จะทำให้คุณรู้สึกลืมโลกภายนอกไปชั่วขณะ และจดจำได้อีกครั้งว่าวันนี้คุณทำงานหนักตั้งแต่แรกเพื่อสิ่งใด
Sunday, November 29, 2015
10 เรื่องที่ควรทำ เมื่อเพื่อนของคุณตกอยู่ในระหว่างการสูญเสียใครบางคน
เมื่อใครซักคนที่คุณสนิทคุ้นเคย ต้องเสียคนที่เขารักไป เป็นเรื่องยากที่จะหาคำพูดใด ๆมาช่วยลดความเสียใจได้ เราจึงควรต้องระมัดระวังคำพูดหรือสิ่งใด ๆ ที่เสี่ยงต่อการกระทบความรู้สึก หรือจะไม่พูดอะไรเลย แล้วปล่อยให้อีกคนโดดเดี่ยว.. คงไม่ใช่หรอกครับ ผมคงไม่สามารถบอกได้ว่าควรจะพูดสิ่งใดดี เพราะคงไม่มีคำวิเศษใด ๆที่จะสามารถลบความโศกเศร้าลงในเร็ววันได้
ลองมาดูว่าคุณควรทำสิ่งใดเมื่อเพื่อนของคุณกำลังอยู่ระหว่างความโศกเศร้าครับ
1. ไม่ใช้เรื่องต้องห้ามที่จะพูดกับคนที่กำลังสูญเสีย
มิตรภาพอาจขาดหายไปได้ด้วยการไม่พูดอะไรเลย การปล่อยให้เพื่อนของคุณจับเจ่าที่อยู่ที่มุมห้องไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน ทำในสิ่งที่ลดความตึงเครียด ทำตัวให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเพื่อน แล้วเพื่อนของคุณจะรู้สึกว่ายังมีคนอยู่ใกล้ ๆ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม
ทักษะในการจัดการการเปลี่ยนแปลง (Change Management Skill)
คุณเคยสังเกตุหรือไม่ครับว่าทำไมคนบางคนถึงดูไม่ค่อยเดือดร้อนเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ในขณะที่บางคนก็หัวเสียได้แม้แต่การเปลี่ยนอาหารเช้าจากขนมปังเป็นซีเรียล
สิ่งที่สำคัญคือมุมมองที่คุณมีต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นและระดับของการยอมรับความไม่แน่นอน
มีหลักฐานมากมายที่แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่มนุษย์รู้สึกเครียดกับมันมากที่สุดก็คือ ความไม่แน่นอน แม้กระทั่งเหตุการณ์ที่ยุ่งยากในชีวิตเช่นการหย่าร้างหรือแยกกันอยู่ ก็สามารถทำเราเครียดได้มากขึ้นจากความไม่แน่นอนนั่นเอง
แต่ก็บ่อยครั้งเช่นเดียวกันครับ ที่ความเครียดไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ แต่เกิดจากคววามรู้สึกที่ว่า 'ฉันจะทำอย่างไรดี' หรือ 'จะรับมืออย่างไรดี' ซึ่งจะหาวิธีแก้ปัญหานั้นจะยากง่ายแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่มีทักษะง่าย ๆ บางอย่างที่คุณสามารถพัฒนาได้ที่จะช่วยให้คุณจัดการกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือชีวิต
Monday, November 23, 2015
ความสำคัญของกรอบความคิด (Mindset)
ทำไมคนบางคนดูเหมือนจะเปล่งประกายได้ตลอดเวลา แต่กับบางคนไม่สามารถจัดการได้แม้แต่น้อยแม้ว่าจะมีความสามารถที่เห็นได้ชัดเช่นเดียวกัน?
จากการวิจัยแสดงให้เห็นว่ามันเป็นวิธีการที่พวกเขาคิดเกี่ยวกับความสามารถของพวกเขาที่แท้จริง
ส่วนใหญ่ผู้ที่ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ได้ทำงานอย่างหนักมากจนกว่าจะถึงจุดนั้นได้ หลายคนบอกว่าพวกเขาทำโดยที่ไม่ได้สนใจถึงเงินหรือผลประโยชน์ที่ได้ครับ แต่พวกเขาเชื่อว่าพวกเขาต้องสามารถบรรลุด้วยทำงานอย่างหนักเท่านั้นเอง
กรอบความคิด (Mindset) ที่คงที่หรือมีการเจริญเติบโต?
มีสองวิธีที่จะดูว่าเป็น'ความฉลาด'หรือ'ความสามารถ'คือ:
ความสามารถคือสิ่งที่คงที่หรือฝังแน่น - ในอีกทางหนึ่ง เราเกิดมาพร้อมกับความสามารถระดับหนึ่งและเราไม่สามารถเปลี่ยนได้ นี้เรียกว่ากรอบความคิดที่คงที่ (Fixed Mindset)
เราสามารถพัฒนาความสามารถของเราผ่านการทำงานหนักและความพยายาม สิ่งนี้เรียกว่าการเจริญเติบโตของความคิด (Growth Mindset)
Saturday, November 21, 2015
สิ่งที่คุณควรทำเพื่อให้กลับมารักตัวเองบ้าง
เคยรู้สึกขาดความมั่นในใจตัวเองบ้างไหมครับ หรือบางทีสิ่งที่เคยได้ทำพลาดเมื่ออดีตทำให้คุณไม่กล้าที่พยายามลุกขึ้นมาใหม่ในวันนี้ หรือมีที่ไหนซักที่ในตัวคุณที่รู้สึกถึงความด้อยคุณค่าในตัวเอง และมีแนวโน้มที่จะเปรียบเทียบตัวเองกับคนรอบ ๆ ตัวคุณ เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของวงจรของความคิดด้านลบที่จะคอยทำลายคุณอย่างช้า ๆ
แน่นอน คนเราอาจจะเคยผิดหวังในการตามหาสิ่งที่หัวใจปราถนามาก่อน เราดูเหมือนจะไม่สามารถหาที่ว่างในตัวเราเพื่อจะให้กับความผิดพลาดในอดีต ทุกครั้งที่เราต้องการอยากให้ชีวิตมุ่งไปข้างหน้าเมื่อใด ก็มักจะถูกความรู้สึกแย่ ๆ เหล่านี้ตามติดเราร่ำไป
เมื่อเราเติบโตขึ้น พบกับผู้คนและความท้าทายใหม่ ๆ เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่พอเมื่อเราเติบใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วต้องการทำทุกอย่างให้ดีกว่าแต่ก่อน ก็จะพบกัยความยุ่งยากและผิดพลาดมากขึ้นเช่นกัน
Friday, November 20, 2015
"การเขียน" ทำให้คนฉลาดขึ้นได้อย่างไร
นักวิทยาศาสตร์กล่าวไว้ว่าทุกๆคนควรจะได้ฝึกการเขียน ไม่เพียงแค่นักเขียนที่ทำงานเขียนเป็นอาชีพเท่านั้น
คุณอาจจะพูดว่ามันง่ายสำหรับผม เพราะว่าผมนั้นเป็นนักเขียน เหมือนกับนักร้องอาชีพที่บอกคนอื่นๆ ว่า "ฉันเชื่อว่าทุกคนควรจะเรียนการร้องเพลงได้" แต่นอกเหนือจากนี้คือ แท้ที่จริงแล้วความคิดสร้างสรรค์จะมีมาติดตัวมนุษย์อยู่แล้วล่ะ การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์นั้นเช่นการเขียนก็จะยิ่งทำให้เราฉลาดมากขึ้นได้ครับ
ทีนี้เราก็มาดูว่า เหตุผลอะไรที่ทำให้การฝึกการเขียนทำให้เราเก่งขึ้นได้ครับ
1. การฝึกเขียนนั้นจะช่วยให้เราปัดกวาดเอาความคิดที่ยุ่งเหยิงในหัวเราออกไปได้ ทำให้หัวปลอดโปร่งและคิดอะไรที่ดีๆ ได้
นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ดีที่สุดที่เราควรจะฝึกการเขียน ในหนังสือที่ชื่อ "Why We Write" ของ Meredith Maran ได้สัมภาษณ์นักเขียนว่าทำไมถึงชอบการเขียน เกือบทุกคนตอบว่า ต้องการตอบสนองความต้องการส่วนตัว แต่ก็มีความสุขมากที่ได้เขียน และเป็นแรงกระตุ้นให้ทำต่อไป การเขียนนั้นจะทำให้เรามีช่วงเวลาที่ทำให้เราได้สะท้อนความรู้สึกและสามารถคิดอะไรได้อย่างหยั่งลึกและละเอียดมากขึ้น
การสร้างความคิดเชิงบวก
ความคิดเชิงบวกคือความคิดที่ว่าคุณสามารถเปลี่ยนชีวิตของคุณด้วยการคิดในด้านที่ดีเกี่ยวกับสิ่งนั้น ๆ
ความคิดนี้สามารถทำให้รู้สึกดีขึ้นกับเรื่องแย่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับคนจำนวนมากที่รู้ว่าเพียงแค่ความคิดที่ดีจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ ดังนั้นจึงควรทิ้งความคิดเหล่านี้ทั้งหมดออกไปครับ
อย่างไรก็ตามจากการวิจัยแสดงให้เห็นว่าความคิดเชิงบวกจริงๆไม่ได้มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ คุณไม่สามารถเปลี่ยนโลกได้ แต่คุณสามารถเปลี่ยนวิธีการที่คุณรับมือและตอบสนองกับมัน และสามารถเปลี่ยนวิธีที่คุณรู้สึกเกี่ยวกับตัวเองและคนอื่น ๆ ที่สามารถเปิดเผยออกไปได้ และมันจะมีผลอย่างมากต่อความเป็นตัวตนของคุณ
Tuesday, November 17, 2015
5 ความคิดด้านบวกที่คุณจะได้เรียนรู้เมื่อผ่านการเลิกรา
ทุกการแยกจากกันสร้างความเจ็บปวดเสมอ คุณจะสูญเสียความนับถือตนเองของคุณและอารมณ์ของคุณบอบช้ำ บางครั้งคุณอาจจะคิดว่ามันจะใช้เวลาเยียวยารักษาความรู้สึกนานแสนนาน หรือว่าจะถึงขึ้นคิดไปว่า "ฉันมีค่าพอที่จะถูกรักหรือ?" หรือ "ฉันยังจะได้มีโอกาสถูกรักอีกมั้ย" ความคิดด้านแย่ ๆ จะพุ่งเขาสู่ตัวคุณอย่างมากมาย และในใจของคุณก็คอยแต่จะคิดว่า จะผ่านสถานการณ์แย่ๆ เหล่านี้ไปได้อย่างไร
ความเป็นจริงก็คือ ถึงแม้การจากกันจะเป็นเรื่องน่าหดหู่ แต่ในความเศร้าโศกนั้นอาจจะมีความน่าอัศจรรย์อยู่เสมอครับ อาจจะมีเรื่องดี ๆ รอคุณอยู่ก็เป็นได้ มันอาจจะเป็นโอกาสให้คุณได้พัฒนาความคิดเชิงบวกและมองหาแต่ด้านดีที่จะช่วยให้คุณข้ามผ่านไปได้ คุณไม่ควรจะปล่อยให้การสูญเสียมามีผลต่อการเมินเฉยต่อสิ่งที่ดี ๆ เป็นเวลาที่คุณจะได้วาดฝันถึงความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ความคิดด้านบวก 5 ข้อนี้จะเป็นสิ่งให้คุณได้ยึดเหนี่ยวและผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายนี้ไปได้ครับ
1. บางครั้งอาจจะดีกว่าถ้าปล่อยความสัมพันธ์ที่แย่นั้น สิ้นสุดลงไปตามที่ควรจะเป็น เพราะบางครั้งมันก็เหมือนกับแก้วที่ร้าวไปแล้ว ยากที่จะผสานกันได้
ไม่ใช่ทุกเรื่องที่จะจบได้แบบที่เราอยากให้เป็น เวลาส่วนใหญ่ที่เรามีแนวโน้มที่อยากให้เป็นคือมีความสูขในการครองคู่ไปนานเท่านาน แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นเช่นนั้นเสมอไปครับ แม้ความจริงจะเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่มันก็จะมีทางเลือกที่ดีกว่าให้เราเสมอ แม้มันไม่ให้สามารถทำทุกอย่างให้กลับมาเหมือนเดิมได้
2. ไม่มีใครสูญเสียความรักไปจริง ๆ ได้หรอกครับ มันแค่ไหลกลับมาหาตัวคุณเท่านั้นเอง
ไม่มีอะไรผิดในการแสดงออกซึ่งความรัก จริง ๆ มันเป็นการแสดงออกถึงการให้ที่ไม่ต้องการหวังสิ่งใดตอบแทน ดังนั้น จงให้ความสำคัญในการให้และรับรู้ด้วยว่าธรรมชาติก็จะให้รางวัลให้กับการทำสิ่งดี ๆ เสมอครับ
Sunday, November 15, 2015
การพัฒนาตนเองคืออะไร?
การพัฒนาตนเองถือเป็นกระบวนการที่ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิตครับ มันเป็นวิธีที่ใช้ประเมินทักษะและคุณภาพของตัวเราเอง รวมถึงพิจารณาจุดมุ่งหมายในชีวิตของและกำหนดเป้าหมายเพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญและเพิ่มศักยภาพของตัวเราเอง
ใน Blog ที่ผมได้ตั้งใจทำขึ้นมานี้ จะช่วยให้คุณสามารถระบุทักษะที่คุณต้องใช้ในการกำหนดเป้าหมายในชีวิต และยังสามารถเพิ่มโอกาสต่าง ๆ ในชีวิตในหลาย ๆ ด้านให้แก่คุณได้ ช่วยวางแผนที่จะทำให้ทางเลือกในชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและการตัดสินใจในอนาคตของคุณที่ดีเพื่อให้เพิ่มขีดความสามารถของตัวคุณเอง
แม้ว่าการพัฒนาชีวิตในวัยเด็กและประสบการณ์การในช่วงต้นจะสร้างจากสิ่งแวดล้อมภายในครอบครัว, ที่โรงเรียนหรืออื่น ๆ มันสามารถช่วยในการสร้างให้เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และการพัฒนาตนเองนั้นไม่ควรหยุดต่อไปในตลอดช่วงชีวิต
Blog นี้มีข้อมูลและคำแนะนำที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณคิดเกี่ยวกับการพัฒนาสตนเองของคุณและวิธีที่ทำให้คุณสามารถทำงานบรรลุเป้าหมายและเต็มศักยภาพของคุณได้ครับ
ทฤษฎีการพัฒนาตนเอง
มีแนวความคิดหลายอย่างเกี่ยวกับการพัฒนาตนเองครับ หนึ่งในนั้นคือ "กระบวนการการตระหนักรู้ในตนเอง(Self-Actualization)" ของ Abraham Maslow
11 เรื่องสำหรับคนที่ต้องเจอการเมืองในที่ทำงานต้องเข้าใจ
มนุษย์เรานี่ก็แปลกดีนะครับ พออยู่เป็นกลุ่มกันเมื่อไหร่ ต้องมีนินทา ต้องมีข่าวลืออะไรต่าง ๆ นานา อยู่เรื่อยไป เวลาสังสรรค์ เที่ยวกับเพื่อนมันจะเป็นเวลาที่สั้น ๆแต่สิ่งที่อยู่ถาวรเลยก็คือการซุบซิบนินทาในทุกๆวันเวลาที่อยู่ที่ทำงานแล้วพฤติกรรมเหล่านี้ล่ะครับจะเป็นต้นกำเนิดของความกังวลและเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของหน้าที่การงานครับ
คนเหล่านั้นที่มีส่วนร่วมใน "การเมืองในที่ทำงาน" มักจะทำเพื่อให้รู้สึกพ้นจากความกลัวและความไม่มั่นคง กลัวว่าพวกเขาจะไม่ได้อยู่เป็นที่รักจากหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานของพวกเขาและความไม่มั่นคงเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ของพวกเขาโดยตรงเพราะฝีมือการทำงานที่ค่อนข้างแย่ ปัญหาคือพฤติกรรมเหล่านี้มักจะทำให้คนอื่น ๆ กลายเป็นเหยื่อ และผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการเมืองในที่ทำงานจะต้องเข้าใจ 11 สิ่งต่อไปนี้ เพื่อให้ชีวิตมีความสุขในที่ทำงานและรอดพ้นจากพิษของการเมืองในที่ทำงานครับ
1. พวกเขาพยายามที่จะดึงคุณเอาไปเป็นพวกให้ได้
พวกเขาจะวางแผน หรือทำลายชื่อเสียงหรือบั่นทอนการทำงานของคนอื่นและเขาต้องการให้คุณมีส่วนร่วมในแผนนั้น แม้คุณไม่อยากจะเกี่ยวข้องก็ตาม แต่คนที่เป็นเหยื่อนั้น มักจะดูเหมือน "เป็นที่รัก" ของเจ้านาย ถ้าคุณไม่อยากเข้าร่วมวง ก็อาจจะตกเป็นเหยื่อรายต่อไปก็เป็นได้ คุณจะถูกขอให้ไม่ให้ความร่วมมือในการทำงาน หรือจะถูกทำให้ยุ่งจนไม่สามารถทำงานให้เสร็จได้ คุณจะติดแหง็กอยู่ตรงที่ คุณพยายามจะหาวิธีหลีกเลี่ยงจากคนเหล่านี้ ความเครียดคุณก็มามีมากขึ้น ๆ จนถึงตอนที่อยากย้ายแผนกหรือลาป่วยเพื่อจะไปหางานใหม่เลยล่ะ
Saturday, November 14, 2015
7 ความจริงของนักชิมที่คุณยังไม่รู้
ก่อนอื่นเลยนะครับ ข่าวดีคือ ถ้าคุณคือนักชิมแต่ไม่ได้ทีชื่อเสียงอะไร ทำใจให้สบาย ๆ ครับ แต่ที่ดีอีกอย่างคือ คุณไม่ใช่คนตะกละ! ดังนั้นคุณไม่ได้ผิดปกติอะไรหลอกครับ คุณแค่รักในอาหาร ชอบการทำอาหาร และคุณก็รอบรู้เรื่องอาหารและโภชนาการ แต่ข่าวร้ายคือถ้าทุกคนทำอาหารเป็น คงมีผลกับระบบห่วงโซ่อาหารแน่นอนครับ (แต่คงไม่เกิดในช่วงชีวิตเราหรอกครับ) แต่ทุกอย่างย่อมมีจุดเริ่มต้น เรียกพวกเราว่า "ผู้บุกเบิก" ละกันครับ
"คนๆหนึ่งจะไม่สามารถคิดได้ดี รักได้ดี หรือนอนหลับได้ดี ถ้าคนๆนั้นยังไม่ได้กินอาหารดี ๆ" - Virginia Woolf
และนี่คือ 7 ความจริงของนักชิมตัวตัวยงที่ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ
10 นิสัยเยี่ยม ๆ ของคนที่มักจะมีไอเดียดี ๆ อยู่ตลอดเวลา
คุณอาจจะเคยได้ยินหรืออ่านมาว่า มีคนบางกลุ่มที่เหมือนจะมี “โรงงานผลิตไอเดีย” ที่สามารถผลิตความคิดเจ๋ง ๆ อันแล้วอันเล่าออกมาได้ เขาเหล่านั้นเอาอะไรมาป็นแรงขับเคลื่อน รวมไปถึงทนรับกับเสียงวิจารณ์ที่มาจากรอบทิศได้
บางครั้งก็ดูเหมือนว่าแทบไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย แต่ในขณะที่ความคิดดี ๆ ถูกผลิตออกมานั้น ความจริงคือ ต้องผ่านการคิดคำนวน ความมุ่งมั่น ไม่ได้ออกมาแบบมีเวทย์มนต์วิเศษ และต้องมีการพิสูจน์ไอเดียเหล่านั้น ความคิดเจ๋ง ๆ นั้นเริ่มต้นมาจากการจุดประกายและการจุดประกายนั้นเป็นที่ยอมรับและถูกนำเอามาพัฒนาต่อ การจุดประกายนั้นไม่ใช่ความคิด แต่มันคือ "แก่น" ของการกำเนิดความคิดดี ๆ ต่างหากครับ
ทำอย่างไรถึงจะให้ไอเดียเหล่านี้ “เจริญเติบโต” ออกมาเป็นผลงานเจ๋งๆ ได้ ลองมาดู 10 นิสัยที่คนเหล่านี้มักจะมีกันครับ
มีการเชื่อมโยงทางความคิด
บางส่วนของแรงบันดาลใจที่ดีที่สุดมาจากประสบการณ์และการออกไปเห็นโลกภายนอก แต่มนุษย์ส่วนใหญ่นั้นจะไม่สามารถเอามาผูกโยงร้อยออกมาเป็นความคิดได้ แต่คนเหล่านี้จะเอาความคิดแต่ละอันมาเอารวมกัน หาจุดเชื่อมโยงแล้วค่อย ๆ ร่างเป็นความคิดออกมา
Tuesday, November 10, 2015
5 เหตุผลที่ทำไมการเลิกราจากกันอาจจะกลายเป็นเรื่องดีสำหรับคุณ
การเลิกราจากกันนั้นไม่เคยเป็นเรื่องง่ายโดยเฉพาะถ้าเป็นความสัมพันธ์ที่จริงจังเช่นคู่ที่กำลังจะแต่งงานกัน จะให้ลืมก็ยากไม่แพ้กันเหมือนกันครับ
ครอบครัวหรือเพื่อนสนิทก็มักจะบอกกับคุณว่า สุดท้ายแล้วชีวิตก็ต้องเดินต่อไปแล้วจากนั้นคุณจะรู้สึกค่อย ๆ ดีขึ้นไปเอง
แม้จะยากลำบากแค่ไหนที่ต้องทนอยู่กับความรู้สึกแย่ ๆ ในเวลานั้น แต่เชื่อไหมครับว่า เมื่อผ่านไปแล้ว ในเรื่องอันแสนเลวร้ายนี้มันอาจจะมีประโยชน์ต่อคุณในภายหลังได้ครับ
1. มันอาจจะช่วยทำให้คุณรอดพ้นจากการความผิดหวังที่มากกว่าในอนาคตได้
มันอาจจะดูเหมือนเป็นความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ แต่การเจอกับความรักที่ต้องเลิกราจากกันมันเกิดขึ้นจากเหตุผลบางสิ่ง มันจะดีกว่าถ้าคุณสามารถคิดได้ว่ามันอาจจะยังไม่ถึงเวลาหรือยังไม่เหมาะสมซึ่งกันและกัน และร้างลากันไปก่อนที่จะไปกันไกลมากกว่านั้นเช่นแต่งงานหรือมีลูกด้วยกันไปแล้ว ซึ่งเชื่อผมเถอะครับ มันเป็นไปได้ยากแน่นอนในการดูแลเด็กและหนีไม่พ้นเรื่องกฏหมายและความยุ่งยากในการใช้ชีวิตของคุณทั้งสองคน
Monday, November 9, 2015
6 สิ่งดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณออกกำลังกายกับคู่หูของคุณ
การออกกำลังกับคู่หูของคุณหรือไปกันเป็นกลุ่มนั้นมีประโยชน์มากมาย ที่แน่ ๆ คือมันจะสนุกกว่าเดิมมากมายเชียวล่ะ คนส่วนใหญ่มักจะชอบไปออกกำลังที่ยิมกับเพื่อน ออกกำลังกายจากการดูวิดีโอพร้อมกับหวานใจ หรือพาหมาตัวโปรดเดินออกกำลังกายกับเพื่อนบ้าน น่าสนุกออกนะครับ ได้ประโยชน์ทั้งด้านออกกำลังกายและด้านสังคมไปพร้อม ๆ กัน
คุณล่ะครับ เคยได้ลองไปออกกำลังแบบมีคู่หูกันบ้างหรือยังครับ ลองมาดู 6 เหตุผลดี ๆ ที่คุณควรหันมาออกกำลังกายพร้อมกับเพื่อนกันครับ
1. คุณจะเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น
ถ้าคุณเป็นเหมือนผม คุณต้องทำการนัดหมายกับคนอื่น ๆ แต่มันก็จะยากอยู่เหมือนกันนะ ในการที่คุณจะต้องรักษาข้อตกลงของแต่ละนัดหมายด้วยตัวคุณเองให้ได้ ยิ่งเมื่อคุณมีเพื่อนออกกำลังกาย ก็จะเป็นการกระตุ้นให้คุณต้องรักษาเวลาไปออกกำลังกายในเวลาที่แน่นอน แล้วจะเป็นการง่ายขึ้นที่จะฝึกให้คุณมีนิสัยให้คุณมีวินัยในการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องตามตารางนัดหมายกับเพื่อน ๆ ที่คุณได้ทำเอาไว้
2. คุณจะมีเพื่อมาช่วยกันลองกิจกรรมใหม่ ๆ ด้วยกัน
การออกกำลังกายแบบเดิม ๆ อาจทำให้คุณเกิดความเบื่อหน่ายได้ง่ายมาก (เชื่อสิครับ หลายคนเป็นเหมือนกัน) และจะทำให้คุณหยุดออกกำลังในที่สุด (ซึ่งไม่ดีเลย) การทดลองกิจกรรมใหม่ๆ จะช่วยป้องกันอาการเบื่อหน่ายแบบนี้ได้เป็นอย่างดีครับ โดยเฉพาะเมื่อมีคนมาช่วยลองสิ่งใหม่ ๆ การออกกำลังกับเพื่อนก็จะช่วยทำให้คุณกล้าที่ลองอะไรใหม่ ๆ มากขึ้นเช่นกัน
คุณล่ะครับ เคยได้ลองไปออกกำลังแบบมีคู่หูกันบ้างหรือยังครับ ลองมาดู 6 เหตุผลดี ๆ ที่คุณควรหันมาออกกำลังกายพร้อมกับเพื่อนกันครับ
1. คุณจะเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น
ถ้าคุณเป็นเหมือนผม คุณต้องทำการนัดหมายกับคนอื่น ๆ แต่มันก็จะยากอยู่เหมือนกันนะ ในการที่คุณจะต้องรักษาข้อตกลงของแต่ละนัดหมายด้วยตัวคุณเองให้ได้ ยิ่งเมื่อคุณมีเพื่อนออกกำลังกาย ก็จะเป็นการกระตุ้นให้คุณต้องรักษาเวลาไปออกกำลังกายในเวลาที่แน่นอน แล้วจะเป็นการง่ายขึ้นที่จะฝึกให้คุณมีนิสัยให้คุณมีวินัยในการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องตามตารางนัดหมายกับเพื่อน ๆ ที่คุณได้ทำเอาไว้
2. คุณจะมีเพื่อมาช่วยกันลองกิจกรรมใหม่ ๆ ด้วยกัน
การออกกำลังกายแบบเดิม ๆ อาจทำให้คุณเกิดความเบื่อหน่ายได้ง่ายมาก (เชื่อสิครับ หลายคนเป็นเหมือนกัน) และจะทำให้คุณหยุดออกกำลังในที่สุด (ซึ่งไม่ดีเลย) การทดลองกิจกรรมใหม่ๆ จะช่วยป้องกันอาการเบื่อหน่ายแบบนี้ได้เป็นอย่างดีครับ โดยเฉพาะเมื่อมีคนมาช่วยลองสิ่งใหม่ ๆ การออกกำลังกับเพื่อนก็จะช่วยทำให้คุณกล้าที่ลองอะไรใหม่ ๆ มากขึ้นเช่นกัน
Sunday, November 8, 2015
10 คำพูดที่สาว ๆ ไม่ควรจะพูดถึงกันให้ได้ยิน
ความเท่าเทียมของกันของผู้หญิงกับชายนั้นมีมามากกว่าทศวรรษแล้ว และมากกว่าเมื่อเทียบกับ 100 ปีที่ผ่านก็ไม่น้อย ๆ เพราะด้วยสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้หญิงเป็นได้อย่างที่เขาจะเป็น แต่กระนั้นก็ตาม ก็ยังคงมีข้อจำกัดในสถานะของผู้หญิงในสังคมและท่ามกลางผู้หญิงคนอื่น ๆ อยู่บ้าง คำพูดบางคำก็ฝังแน่นในสังคมของเราเช่นคำชมและคำถาม ซึ่งบางอย่างก็เป็นจริงในเชิงลบซึ่งจะนำมาสู่ความกดดัน(และหงุดหงิด)ของสาว ๆ ได้นะครับ
ผู้หญิงควรจะฉุดผู้หญิงด้วยกันขึ้นมา และไม่ควรดึงผู้อื่นลง ลองดู 10 คำพูดที่ผู้หญิงควรหยุดพูดถึงกันดูครับ
1. “ลืมนังนั่นไปซะ ยังไงเธอก็สวยกว่าหล่อนอยู่ดี!”
ผู้หญิงส่วนใหญ่พูดแบบนี้ด้วยความตั้งใจที่ดี แต่บางทีเพื่อนของพวกเขาเพิ่งจะผ่านการเลิกรา หรือเพิ่งจะเจอภาวะการนอกใจ ผู้หญิงมักต้องการที่จะเป็นกำลังใจให้เพื่อนของพวกเขาและนำรอยยิ้มมาสู่ใบหน้าของพวกเขา แต่พวกเขาจะเชื่อมโยงคุณค่าค่ากับความงาม ซึ่งหมายความว่าผู้หญิงต้องอยู่ในภาวะการแข่งขันกับกับคนอื่น ๆ และความงามที่เป็นเครื่องหมายของความสำเร็จสำหรับผู้หญิง - แต่สิ่งนี้ก็ไม่เป็นความจริงเสมอไปนะครับ
2. "ไปลดน้ำหนักมาเหรอ ดูดีขึ้นเลยนะเนี่ย!"
เมื่อผู้หญิงพูดแบบนี้ แสดงว่าพวกเขามีเป้าหมายที่จะชมเชยซึ่งกันและกัน แต่ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น ๆ พยายามที่จะลดน้ำหนัก คำชมเชยไม่ควรจะเชื่อมโยงกับน้ำหนักตัว ซึ่งกลายเป็นว่า อาจทำให้ผู้หญิงที่คิดว่าตนเองมีคุณค่าหรือดูดีก็ต่อเมื่อลดน้ำหนักได้เท่านั้นครับ
ผู้หญิงควรจะฉุดผู้หญิงด้วยกันขึ้นมา และไม่ควรดึงผู้อื่นลง ลองดู 10 คำพูดที่ผู้หญิงควรหยุดพูดถึงกันดูครับ
1. “ลืมนังนั่นไปซะ ยังไงเธอก็สวยกว่าหล่อนอยู่ดี!”
ผู้หญิงส่วนใหญ่พูดแบบนี้ด้วยความตั้งใจที่ดี แต่บางทีเพื่อนของพวกเขาเพิ่งจะผ่านการเลิกรา หรือเพิ่งจะเจอภาวะการนอกใจ ผู้หญิงมักต้องการที่จะเป็นกำลังใจให้เพื่อนของพวกเขาและนำรอยยิ้มมาสู่ใบหน้าของพวกเขา แต่พวกเขาจะเชื่อมโยงคุณค่าค่ากับความงาม ซึ่งหมายความว่าผู้หญิงต้องอยู่ในภาวะการแข่งขันกับกับคนอื่น ๆ และความงามที่เป็นเครื่องหมายของความสำเร็จสำหรับผู้หญิง - แต่สิ่งนี้ก็ไม่เป็นความจริงเสมอไปนะครับ
2. "ไปลดน้ำหนักมาเหรอ ดูดีขึ้นเลยนะเนี่ย!"
เมื่อผู้หญิงพูดแบบนี้ แสดงว่าพวกเขามีเป้าหมายที่จะชมเชยซึ่งกันและกัน แต่ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น ๆ พยายามที่จะลดน้ำหนัก คำชมเชยไม่ควรจะเชื่อมโยงกับน้ำหนักตัว ซึ่งกลายเป็นว่า อาจทำให้ผู้หญิงที่คิดว่าตนเองมีคุณค่าหรือดูดีก็ต่อเมื่อลดน้ำหนักได้เท่านั้นครับ
Saturday, November 7, 2015
6 สิ่งที่คนประสบความสำเร็จ มักจะมีเหมือนกันทุกคน
คนที่ประสบความสำเร็จต่าง ๆ บนโลกนี้มีมากมาย
พวกเขาดูเหมือนจะเป็นคนโชคดีตลอดเวลา
แต่จริง ๆ ต่างก็รู้ว่า นอกเหนือจากความโชคดีเหล่านั้นมีอะไรอยู่บ้าง
เราพบว่ามี 6 สิ่งที่คนเหล่านี้มีสอดคล้องกัน
ซึ่งหากคุณรู้และมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งเหล่านี้
คุณเองก็จะเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จได้เหมือนกับคนอื่น ๆ อย่างแน่นอนครับ
1. มีลักษณะความหลงใหลอะไรบางอย่างอย่างลึกซึ้ง
เรื่องบางอย่างอาจจะไม่ได้ทำได้โดยง่าย
แต่ความยากเย็นแสนเข็ญนี้เอง มันจะเป็นรากฐานให้กับคนที่ประสบความสำเร็จ
คนเหล่านี้จะมีความรักที่จะทำในสิ่งที่เขาทำอย่างลึกซื้งมาก ลองง่าย ๆ ครับ
ดูนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ พวกเขาจะหลงใหลกับสิ่งที่เขาทำเป็นอย่างมาก
เอาอย่างง่าย ๆ เช่น Tiger Wood เล่น Golf มาตั้งแต่เด็ก
ฝึกซ้อมวันละหลาย ๆ ชั่วโมงอย่างสบายโดยที่ไม่เบื่อ แล้วทำให้กีฬา Golf กลายเป็นส่วนหนึ่งชีวิตของเขา
ถ้าหากคุณยังไม่รู้ว่าตัวคุณเองชอบหรือหลงใหลในสิ่งใด
ลองถามตัวคุณเองครับ ว่ามีอะไรที่คุณสามารถทำอย่างมีประโยชน์ต่อตัวคุณได้เป็นวัน ๆ
โดยไม่ย่อท้อหรือเลิกทำไปเสียก่อน ถ้าคุณหามันจนเจอได้ นั่นล่ะครับ
คือความหลงใหลของคุณ
2. มีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้สูง
คนที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้จะสามารถปรับตัวได้เมื่อเจอกับความท้าทาย
แล้วพร้อมจะเรียนรู้จากอุปสรรคต่าง ๆ บางคนต้องเจอความล้มเหลวอย่างมาก
กว่าจะได้สัมผัสถึงความสำเร็จอย่างสูงสุด J.K. Rowling เคยถูกปฏิเสธจากสำนักพิมพ์ต่าง
ๆ ถึง 12 ที่ ก่อนที่จะขาย Harry Potter เล่มแรกได้
คนที่ประสบความสำเร็จจะจดจำเอาข้อผิดพลาดแล้วนำมาเป็นโอกาสในการพัฒนาตนเองแล้วเติบโตขึ้นจากความผิดพลาดเหล่านี้
Wednesday, November 4, 2015
8 ข้อผิดพลาดที่คนมีความมั่นใจจะไม่ทำอย่างแน่นอน
ลองมาดูก่อนนะครับว่า ความมั่นใจในตัวเองคืออะไร มันคือความรู้สึกที่มีมากกว่าปกติทั่วไป ความสามารถในการที่จะพูดได้อย่างไหลลื่น อาจจะมองดูเหมือนว่าคุณเย่อหยิ่งและถูกเสมอ หรือเป็นแค่การนับถือตัวเองจากมุมมองของคนอื่น
หรือจริง ๆ แล้วคือความสามารถในการจัดการกับทุกสถานการณ์รวมไปถึงของผิดพลาดต่าง ๆ จากการมี Mindset ที่ดี, ความกระตือรือล้น หรือการที่จะไม่ลังเลในการเอ่ยปากเมื่อต้องการความช่วยเหลือจากผู้อื่นในคราวจำเป็น
คนที่มีความมั่นใจในตัวเองอย่างแท้จริงจะพัฒนาความเชื่อมั่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านการฝึกที่จะบังคับและมีระเบียบวินัยในตัวเองสูง ไม่หลีกเลี่ยงเมื่อต้องเผชิญกับความลำบาก รวมไปถึงการมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ
มีตัวอย่างบางคนที่อาจเคยอยู่ในสังคมที่น่าอึดอัดมาก่อน จากนั้นเขาได้ลองทำการฝึกทักษะในการพูดในที่สาธารณะ รวมไปถึงการเป็นวิทยากร, อ่านหนังสือมากขึ้น ในที่สุดคนอื่น ๆ ก็เริ่มจะเป็นผู้ถามขอความช่วยเหลือจากเขา เมื่อผ่านขั้นตอนเหล่านี้ด้วยการทำงานอย่างหนักหน่วง เขาเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น
Subscribe to:
Posts (Atom)

















